เพราะเหตุไรเด็กจำเป็นต้องนั่งคาร์ซีท??

  • chocotallerdelsol
  • June 2, 2017
  • สำหรับคุณพ่อและก็คุณแม่ที่เวลาพาลูกเล็กๆเดินทางไปไหนด้วย ก็ชอบเอาเด็กมานั่งบนตักของตัวเองระหว่างขับขี่รถ ทราบรึมั้ยว่าการทำอย่างงี้เป็นอันตรายต่อลูกถึงชีวิต เพราะถ้าหากมีอุบัติเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น ลูกจะเปลี่ยนเป็นถุงลมนิรภัยชั้นหนึ่งให้ท่านแทน ลูกจะเป็นตัวซับแรงชนจากถุงลมนิรภัยให้ท่านอีกครั้ง รวมทั้งบางทีอาจโดนอัดอยู่ระหว่างคุณ กับถุงลมนิรภัย จนถึงขาดอากาศหายใจ หรือบางทีอาจชนกับคอนโซลหน้ารถยนต์ ถ้าหากมีการเบรครถยนต์แรงๆทันทีทันใด

    ที่นั่งที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเด็กเป็นเบาะที่นั่งข้างหลัง แต่การเอาเด็กนั่งรถยนต์ที่ถูกที่สุด และก็ปลอดภัยกับเด็กที่สุด ต้องให้เด็กนั่งอยู่บนคาร์ซีท โดยการเอาคาร์ซีทวางเอาไว้ที่ด้านบนเบาะหลังอีกที

    คาร์ซีทจึงไม่ใช่ข้าวของเครื่องใช้เกินความจำเป็น หรือเหมาะกับคนรวยแค่นั้น พ่อแม่ที่มีรถยนต์ขับจะต้องถือว่าความปลอดภัยของลูกมีความสำคัญที่สุด อย่าประมาท เนื่องจากอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ โดยไม่จำเป็นต้องให้กฎหมายออกมาบังคับใช้ ราวกับที่เมืองนอกถึงจะมาค่อยให้ความสำคัญกัน

    ถ้าสงสัยว่าแค่คาร์ซีท หรือเบาะนั่งสำหรับเด็กในรถยนต์ จะช่วยในเรื่องความปลอดภัยได้อย่างไร ให้ลองนึกภาพเสี้ยววินาทีที่เกิดอุบัติเหตุมอง ว่าตอนนั้น คุณพ่อคุณแม่ไม่มีทางจะจับยึดตัวลูกไว้ได้แน่นอนก็เลยมีสิทธิ์ที่ลูกจะหลุดกระเด็นออกนอกตัวรถยนต์ หรือชนกับส่วนต่างๆของรถยนต์ได้ แต่ว่าคาร์ซีทที่ได้มาตรฐาน แล้วก็ใช้งานอย่างถูกวิธี จะช่วยป้องกันกรณีแบบนี้ได้ เพราะฉะนั้นมาดูแนวทางเลือกซื้อคาร์ซีทที่ได้มาตรฐานกันเลยดีกว่า

    ควรจะเลือกคาร์ซีทที่มีขนาดพอดีกับน้ำหนักตัว และก็ความสูงของลูกเพื่อลูกนั่งสบาย และเพื่อที่สายสำหรับรัดจะได้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกไม่รัดคอลูกให้อึดอัด หรือถูกดึงรั้งตอนเกิดอุบัติเหตุ และไม่หลวมเกินความจำเป็น จนเด็กหลุดออกจากคาร์ซีทไปกับชนกับส่วนต่างๆของรถยนต์ หรือหลุดออกนอกตัวรถ

    คาร์ซีทมาตรฐานมีอยู่ 3 แบบ คือ

    – Rear-Facing Infant Seats and Convertible Seats   เป็น คาร์ซีท แบบนั่งหันไปข้างหลังรถ และแบบปรับเอนไปกับที่นั่ง เหมาะกับเด็กทารกจนถึงอายุราวๆ 12 เดือน แล้วก็เด็กที่น้ำหนักตัวไม่เกิน 10 กิโลกรัม คาร์ซีทจำพวกนี้จะป้องกันหัวของเด็กคอ และก็กระดูกสันหลังได้ดีที่สุด

    – Forward-facing child seats    เป็น คาร์ซีท แบบที่นั่งหันไปทางหน้ารถยนต์ เหมาะกับเด็กที่มีอายุมากกว่า 1 ขวบและก็มีน้ำหนักตัวเกิน 9 กิโลกรัม

    – Booster seats  เป็น คาร์ซีท แบบมีพนักพิงข้างหลัง ซึ่งเหมาะกับเด็กที่มีน้ำหนักตัว 15- 18 โล แล้วก็ Booster seat แบบไม่มีพนักพิงข้างหลัง ซึ่งจะเหมาะสมกับเด็กที่มีน้ำหนักตัว 22 -25 กรัมกรัม และก็สามารถนั่งตัวตรงได้แล้ว ซึ่งก็คือเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป

    เมื่อมองที่ชนิดของคาร์ซีทกันแล้ว ก็ต้องดูที่ประเภทของสายสำหรับรัดกันด้วยเพราะสายสำหรับรัดที่จะรัดตัวเด็กให้ใกล้กับคาร์ซีทนั้น มีหลายแบบตามความเหมาะสม ซึ่งเราจะต้องเลือกให้ถูกด้วย โดยสายสำหรับรัดจะแบ่งเป็นแบบต่างๆดังนี้

    – สายรัดแบบรัด 3 จุด

    จะมีสายสำหรับรัด 3 เส้น ให้รัดตรงบ่า 2 ทั้งสองข้างของเด็ก แล้วยาวลงมาเชื่อมล็อคใกล้ๆข้างล่างของที่นั่ง

    – สายรัดแบบ 5 จุด

    จะมีสายสำหรับรัด 5 เส้น แบ่งเป็น 2 เส้นที่บ่า อีก 2 เส้นที่สะโพก รวมทั้งอีก1เส้นที่ เป้ากางเกง ซึ่งเหมาะกับทารกที่มีน้ำหนักไม่เกิน 9 กรัมกรัม

    – แบบ Overhead shield

    จะมีคานขนาดใหญ่พอสมควร ติดอยู่ข้างหน้าของเบาะ เพื่อกันไม่ให้เด็กกระเด็นหลุดออกมาจากคาร์ซีท แล้วไปชน หรือเหวี่ยงไปโดนส่วนต่างๆของรถ

    – แบบ T- Shield

    จะมีเป็นคานสามเหลี่ยมอยู่ใกล้กับสายสำหรับรัดตอนบ่า

    เมื่อรู้วิธีการเลือกซื้อคาร์ซีทที่ ถูกต้องแล้ว สิ่งจำเป็นที่จะช่วยทำให้การใช้คาร์ซีทเกิดผลดีสูงสุดก็คือ การใช้มันให้ถูกทาง ซึ่งหัวข้อนี้อาจจะจำเป็นต้องใช้ความละเอียดกันสักหน่อยนึง

    ในตอนนี้คาร์ซีทนั้นมีราคาแพงมากในท้องตลาด แต่ว่าในตอนนี้เรามีคาร์ซีทมือสอง ที่ ราคาถูก มีหลากหลายแบบหลายราคาให้เลือก ซึ่งตอบโจทย์สำหรับผู้ที่อยากได้แต่ว่าสู้ราคาไม่ไหว ซื้อไปแล้วควรจะติดตั้งให้ถูกวิธี จะได้เป็นเกราะป้องกันสำหรับลูกน้อย ได้อีกด้วย ซึ่งถ้าเกิดผู้อ่านในบทความนี้ อยากได้คาร์ซีทมือสอง ลองเข้ามาสอบถามข้อมูลกับพวกเราได้ ทางร้านค้าเราได้ขายคาร์ซีทมือสอง รถเข็นเด็ก หลายแบบหลายแบรนด์ หลายราคา ติดต่อพวกเรามาได้ค่ะ   https://www.mom-trust.com/